Thewa 的个人资料โลกของ "เจ๋ง"照片日志列表更多 工具 帮助

โลกของ "เจ๋ง"

ชีวิตและการเดินทาง by นายช่างบ่น
第 1 张,共 37 张
更多相册 (53)
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。
NatoNa_Sao​walak发表:
แหม๋  มีทริปดำ...น้ำอีกแร้ววว น่าอิจฉาจัง ไปกะสาว ๆ ด้วยเพียบเรย Open-mouthed
5 月 2 日
Meel2een发表:
หวาดดีคร๊ะ
 
พอดีว่างๆ เรยแวะมาทักทายเจ้าค่ะ อิๆ
 
 
^________^ :) ยิ้ม
4 月 30 日
K.Thewa发表:
ดีพี่น้ำ ^^
2 月 23 日
หวัดดี....ยิ้มแฉ่ง
2 月 20 日
K.Thewa发表:
สวัสดีครับนนท์ พี่แอดแล้วนะ คุยกันๆ
1 月 30 日

天气

正在加载...
尚未添加列表。
11月22日

ยังงี้นี่เอง.. ถึงว่าทำไมรีบนัก

ยกมาโล้ด จาก http://www.thaipost.net/news/201109/13825

เนื้อความ

คดี"๗๖,๐๐๐ ล้าน"เดิมพันอนาคตประเทศไทย

20 พฤศจิกายน 2552 - 00:00

   ท่านเคยฉุกใจคิดมั้ยครับว่า  ทำไมทักษิณกับสมุนในพรรคเพื่อไทยจึงกระเหี้ยนกระหือรือจนออกหน้า-ออกตา  หวังล้มล้างรัฐบาล  แล้วสถาปนาอำนาจระบอบทักษิณขึ้นในบ้านเมืองแทน  เรียกว่าไม่เก็บอาการกันแล้ว  กระทั่งคนเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่  คนเคยดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา  ต่างเปิดหน้าออกมา  "ล้มประเทศไทย"  ให้ได้ก่อนสิ้นธันวา  ชนิดไม่อายหมา  ไม่อายผู้คน!?

     ก็ไม่ต้องฉุกใจ-สงสัยอะไรไปหรอก  ทักษิณประกาศวันดีเดย์แล้วนั่นเอง  และยุทธการหักด่าน-ชิงเมืองของทักษิณครั้งนี้  เท่าที่ผมสังเกตเขาใช้แผน

     "อีแร้งประสานปีก"!

     คือจะแยกเป็นทัพนอก-ทัพใน  ประเทศไทยอยู่ตรงกลาง  ทัพทักษิณค่อยๆ  ขยับปีกทั้งสองบีบเข้าหากัน  แล้วประเทศไทยจะไปข้างไหนเสีย

     ทัพนอก  ทักษิณ-ฮุน  เซน  เป็นแม่ทัพใหญ่  ตั้งกองบัญชาการอยู่พนมเปญ  ในยุทธการนี้จะเดินทางมาใช้  "เกาะกง"  เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่  หลังจากใช้เป็นที่ซ่อนตัว-กบดานของหลายๆ  คน  และเป็นสถานที่ติดต่อ  พบปะประสานงานสมุนจากฝั่งไทยมาเป็นปี  เมื่อตอนเมษาเดือด  ก็มานั่งบัญชาการอยู่ที่นี่แหละ!

     ส่วนทัพใน  แม่ทัพใหญ่ตัวจริง  "ไม่ประสงค์ออกนาม"  แต่ใช้ลูกมือ-ลูกตีนเชิดให้เป็นแม่ทัพใหญ่  ยุ่มย่ามไปหมดในเพื่อไทย  ทั้งจิ๋ว  ทั้งรุ่น  ๗  รุ่น  ๑๐  เรียกว่าทั้งในสภาฯ-นอกสภาฯ  แย่งกันสร้างผลงานหวังให้เข้าตานายใหญ่อุตลุดไปหมด  เพราะนี่...เป็นรถไฟเที่ยวสุดท้าย  ต้องแย่งกันขึ้นให้ทัน

     ไม่งั้น  การปูนบำเหน็จรางวัลในวัน  "ชักศพแม้ว"  แป๊ววววนะครับ!?

     เนี่ยะ...ทักษิณ-ฮุน  เซน  ก็จะใช้ตัวประกัน  "นายศิวรักษ์"  เป็นหมากเดินเกมป่วนไทยทางจิตวิทยา  ยังไม่ยอมปล่อยง่ายๆ  หรอก  เพื่อให้กระแสสังคมตีกลับไปกดดันรัฐบาลว่า  "ไม่มีน้ำยา  ช่วยคนไทยคนเดียวก็ยังไม่ได้"

     ส่วนภายใน  ก็เห็นอยู่แล้วว่า  พวก  ส.ส.เพื่อไทยใช้สถานภาพ  ส.ส.เพื่อสังคมชาติไทยไปเพื่อทักษิณและเพื่อเขมรอย่างไร้หิริ-โอตตัปปะ  ล้มรัฐบาลในสภาฯ  ยังไม่ได้  ก็ประกาศระดมเสื้อแดงชุมนุมล้มนอกสภาฯ  ในเทศกาลวันเฉลิมพระชนมพรรษา  ดาราเอกๆ  ที่อยู่หลังฉากก็ออกมากันพร้อม

     ทั้งจักรภพ  และทั้งรองประธานสภาฯ  อภิวันท์  ที่มาพร้อมกับผลงานเปรียบเทียบ  "ราชวงศ์โรมานอฟ"!?

     เอ้า...ก็ทราบแล้วว่า  ทักษิณดีเดย์-ประกาศล้มรัฐบาล  "ยึดประเทศ"  ให้ได้ก่อนสิ้นเดือนธันวา

     คำถามต่อไปคือ...ทำไมต้องก่อนธันวา?

     ก็ชิงก่อนที่  "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง"  จะตัดสินคดียึดทรัพย์  ๗๖,๐๐๐  ล้านบาทน่ะซี!

     โอ้โฮ้...เค้กก้อนโตอย่างนี้นี่เล่า  บรรดาหมาแก่  หมาหนุ่ม  หมามีสี  หมาไม่มีสี  หมามีปลอกคอ  หมาไม่มีปลอกคอ  รวมถึงหมาขี้เรื้อนร้อยรางทั้งหลาย  ถึงยอมตายขายชาติ  เพื่อพิชิต  "ส่วนแบ่ง"  เค้กก้อนโต  ๗๖,๐๐๐  ล้านก้อนนี้ยังไงล่ะ!

     คดีใกล้ที่จะตัดสินแล้วครับ  เหลือในส่วนพยานฝ่ายอัยการไม่กี่ปากเท่านั้น  เพราะเหตุนี้ทักษิณจึงพล่านเห่าเลาะริมรั้วกระชั้นถี่  คราวที่แล้ว  "อาจารย์แก้วสรร  อติโพธิ"  ให้การไว้น่าที่ทักษิณจะนอนไม่หลับ  มาเมื่อวานนี้  (๑๙  พ.ย.๕๒)  อัยการนำพยาน  ๓  ปากไปขึ้นศาล

     โดยเฉพาะพยานปาก  "นางวรัชญา  ศรีมาจันทร์"  ผู้ช่วยเลขาธิการ  ก.ล.ต.  ผมอ่านจากข่าว   "ผู้จัดการออนไลน์"  ถึงกับมือไม้อ่อนแทนทักษิณ  ท่านไม่เชื่อก็ลองอ่านดูบ้างก็ได้  ผมจะยกมาให้อ่านทั้งดุ้นเลย  ดังนี้

     อัยการนำ  3  พยาน  ไต่สวนคดียึดทรัพย์  7.6  หมื่นล้านบาท  ของ  "ทักษิณ"  ให้ตกเป็นของแผ่นดิน   ผช.เลขาธิการ  ก.ล.ต.เบิกความยัน  ตรวจพบหุ้นชินคอร์ปถือเกิน  5%  เชื่อหุ้นใน  บ.วินมาร์ค  และ  บ.แอมเพิลริช  เป็นของ  "ทักษิณ"  คนเดียว  คิวต่อไปนำ  "สุนัย  มโนมัยอุดม"  ไต่สวนเกี่ยวกับ  บ.เอสซีฯ

     วันนี้  (19 พ.ย.)  ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  สนามหลวง  นายสมศักดิ์  เนตรมัย  ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา  เจ้าของสำนวนคดียึดทรัพย์  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี  พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา  รวม  9  คน  ไต่สวนพยานที่อัยการสูงสุดยื่นคำร้องให้ทรัพย์สินจำนวน  7.6  หมื่นล้านบาท  พร้อมดอกผลของ  พ.ต.ท.ทักษิณ  คุณหญิงพจมาน  และครอบครัว  รวมทั้งผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สิน  รวม  22  รายการ  ตกเป็นของแผ่นดิน  เนื่องจาก  พ.ต.ท.ทักษิณมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ  และได้ทรัพย์สินมาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วน บุคคล  และประโยชน์ส่วนรวมขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

     โดยอัยการนำพยานไต่สวนรวม  3  ปาก  ประกอบด้วย  นางวรัชญา  ศรีมาจันทร์  ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  (ก.ล.ต.)  นายสุพจน์  ธีรเกาศัลย์  อดีตเอกอัครราชทูตไทย  ณ  กรุงย่างกุ้ง  และนางเนติมา  เอื้อธรรมาภิมุข  อดีตผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย  บริษัท  โทเทิ่ล  แอ็คเซ็ส  คอมมูนิเคชั่น  จำกัด  (มหาชน)  หรือแทค

     ขณะที่  นางวรัชญา  ศรีมาจันทร์  ผช.เลขาธิการ  ก.ล.ต.เบิกความเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นในบริษัท   เอสซี  แอสเสท  คอร์ปอเรชั่น  จำกัด  (มหาชน)  และการถือหุ้นในบริษัท วินมาร์ค   ลิมิเต็ด  จำกัด  ว่าจากการตรวจสอบกรณีที่มีการปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่แท้จริง  บจก.เอสซีฯ   ก.ล.ต.พบว่า  บ.วินมาร์ค  ซื้อหุ้นจาก  พ.ต.ท.ทักษิณ  จำนวน  1,500  ล้านบาท  โดย  บ.วินมาร์ค  มอบหมายให้ทรัสต์แห่งหนึ่งบนเกาะฮ่องกงเป็นผู้บริหารจัดการ  บ.วินมาร์ค  เมื่อตรวจสอบทรัสต์แห่งนี้  พบว่าได้รับมอบหมายจากกองทุนบลูไดมอนด์  ซึ่งเป็นของ  พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน  ให้ซื้อหุ้นให้  บ.วินมาร์ค

     และการตรวจสอบบัญชีเงินค่าซื้อหุ้น  พบว่าเงินค่าซื้อหุ้น  300  ล้านบาท  โอนมาจากบัญชีธนาคาร  3  แห่งในประเทศสิงคโปร์  ที่มีชื่อ  พ.ต.ท.ทักษิณ  และคุณหญิงพจมาน  เป็นเจ้าของบัญชี  และ  บ.วินมาร์ค  โดยทรัสต์บนเกาะฮ่องกงโอนเงินซื้อหุ้นอีก  1,200  ล้านบาทให้ชินคอร์ป  และหลังจากซื้อหุ้นแล้ว  บ.วินมาร์ค  มอบให้ธนาคารยูบีเอสสิงคโปร์  เป็นผู้จัดการหุ้นของ  บ.วินมาร์ค  ในตลาดหลักทรัพย์ไทยจึงพบความโยงใยว่า  บ.วินมาร์ค  เป็นของ  พ.ต.ท.ทักษิณ  ที่มีทรัสต์บนเกาะฮ่องกง  และกองทุนบลูไดมอนด์เป็นผู้บริหาร

     นางวรัชญา  เบิกความอีกว่า  หลังจากธนาคารยูบีเอสสิงคโปร์เข้ามาจัดการหุ้นให้  บ.วินมาร์ค  แล้วปรากฏว่ามีการถือครองหุ้นเกิน  5%  ตามกฎหมายต้องรายงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  (ก.ล.ต.)  ทราบ

     ก.ล.ต.จึงสงสัยและตรวจพบว่า  หุ้นที่ถือเกิน  5%  นั้นเป็นหุ้นที่ถือในนามบริษัท  แอมเพิลริช  อินเวสต์เมนท์  จำกัด  ซึ่ง  พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับว่าเป็นของตนเอง  และขายให้นายพานทองแท้  และ  น.ส.พินทองทา  ชินวัตร  บุตรชายและบุตรสาว

     จากการตรวจสอบหุ้นวินมาร์คดังกล่าว  ก.ล.ต.จึงสันนิษฐานว่าหุ้นใน  บ.วินมาร์ค  และ  บ.แอมเพิลริช  เป็นของคนคนเดียวกัน  คือ  พ.ต.ท.ทักษิณ

     นางวรัชญา  ยังเบิกความยืนยันว่า  ก.ล.ต.ตรวจพบหุ้น  บ.เอสซีฯ  ที่ขายให้  บ.วินมาร์ค  เป็นของ  พ.ต.ท.ทักษิณ  ที่ตั้งกองทุน  3  กองทุน  คือ  กองทุนแวลู  แอสเสทส์  ฟันด์  (VAF)  กองทุนโอเวอร์ซี  โกรว์ธ  ฟันด์  (OGF)  และกองทุนออฟชอว์  ไดนามิค  ฟันด์  (ODF)  ประเทศมาเลเซีย  มาถือครองหุ้นแทน  บ.เอสซีฯ  จึงถูกดำเนินคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นซึ่งไม่รายงานให้  ก.ล.ต.ทราบ  และเป็นที่มาของการตรวจสอบจนพบว่า  หุ้นชินคอร์ปใน  บ.วินมาร์ค  และ  บ.แอมเพิลริช  เป็นของ  พ.ต.ท.ทักษิณ  ที่ให้บุตรและเครือญาติ  รวมทั้งกองทุนอื่นถือหุ้นแทนระหว่างดำรงตำแหน่ง

     ส่วน  นายสุพจน์  ธีรเกาศัลย์  อดีตเอกอัครราชทูตไทย  ณ  กรุงย่างกุ้ง  เบิกความถึงประเด็นนโยบายเกี่ยวกับการให้เงินกู้รัฐบาลพม่าดอกเบี้ยจำนวน  4,000  ล้านบาท  ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย  หรือเอ็กซิมแบงก์  ให้กับรัฐบาลพม่า

     ว่า   โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือในยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ  อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง  (ACMECS)  เนื่องจากพม่าถูกบอยคอตในประเทศตะวันตก  แต่ในส่วนรายละเอียดเป็นเรื่องของผู้บริหารระดับสูงของแต่ละประเทศเป็นคน พิจารณา

     ด้านนางเนติมา  เอื้อธรรมาภิมุข  อดีต  ผอ.ฝ่ายกฎหมาย  บริษัท  แทค  ได้เบิกความถึงต้นทุนการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่  ทั้งก่อนและหลังการมีผลบังคับใช้ของ  พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม  โดยระบุถึงความสามารถในการแก้ไขระหว่างบริษัท  เอไอเอส  และบริษัท  แทค  ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมจากภาครัฐ

     ภายหลังศาลไต่สวนพยานทั้งสามปาก  อัยการโจทก์  เตรียมนำนายสุนัย  มโนมัยอุดม  อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  (ดีเอสไอ)  ไต่สวนเกี่ยวกับ  บ.เอสซีฯ  และนายบรรเจิด  สิงคะเนติ  คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ  (คตส.)  เกี่ยวกับการตรวจสอบการปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์  ในวันที่  24  พ.ย.นี้  เวลา  09.30 น.

     ก็คงถึงบางอ้อ  (คนละบางกับ  "บางเจ๊อ้อ"  นะ)  กันแล้วใช่ไหมว่า  ทำไมทักษิณจึงเร่งเครื่อง  "ยึดประเทศไทย"  ผมจะบอกให้ก็ได้ว่า  คดี  ๗๖,๐๐๐  ล้านนี้คือ  "หัวใจ"  ที่ทำให้  "กราบแผ่นดิน"  เปลี่ยนไปเป็น  "ทรยศแผ่นดิน"  และผลของคดีนี้จะเป็นเข็มชี้  "อนาคตประเทศไทย"

     ฉะนั้น  ถึงใครเอานิ้วจิ้มตา  ก็อย่ากะพริบเชียว!


ใครยังตามไม่ทันก็.... ไปออกจรวดมาขี่ตามได้แล้ว.. เห้อ...
11月10日

แล้วความจริงก็ปรากฎ.. ทักกี้จอมปลิ้นปล้อน

สะใจเจรงๆ... เจ้าทักกี้สุดพริ้ว.. จน times ก็ทนไม่ไหว...
  

แล้วธาตุแท้ของทักษิณก็ปรากฎจาก MOU นี่เอง

อ่านมาแล้วโดน ขอก๊อปมาอ่านส่วนตัวหน่อยนะครับ
 
 
เขมร สันดาลเนรคุณ .... เมื่อปีพศ. ๒๐๗๕ ในรัชสมัยพระมหาจักรพรรดิ ( ช่วงเปลี่ยนแผ่นดินจากพระชัย ราชามาเป็นพระเทียรราชา หรือพระมหาจักรพรรดิ ) กรุงหงสาวดีได้ยกทัพมาตี ไทย ฝ่ายเขมรพระยาละแวกเห็นได้ทีจึงยกทัพเข้ามาทางปราจีนบุรีกวาดต้อนผู้คน กลับไปเขมรจำนวนมาก หลังจากพม่ายกทัพกลับไปสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรง พิโรธมาก จึงทรงรับสั่งให้ยกทัพไปถึงเมืองพระตะบองและละแวก พระยาละแวก เห็นท่าจะแพ้ในการศึกจึงมีราชสาสน์มากราบทูลพระมหาจักรพรรดิ จับใจความได้ ว่า “ ข้าพระองค์ผู้ปกครองกัมพูชา มิได้เกรงพระบรมเดชานุภาพที่ไปกวาดต้อน คนจากปราจีนบุรี ขออย่าทรงพิโรธยกทัพมาตีเมือง ข้าพเจ้าจะนำเครื่องราชบรรณา การมาถวาย และเป็นข้าพระบาทตราบชั่วกัลปวสาน ”
หลังจากนั้น ๓ วันพระยา ละแวกได้นำเครื่องราชบรรณาการพร้อมด้วยนักพระสุโทและนักพระสุทันเป็นราชบุต มาเข้าเฝ้า ทางพระมหาจักรพรรดิก็ทรงคลายพิโรธและขอนำโอรสทั้งสองไปเลี้ยง ดู พระยาละแวกก็ยอมจากนั้นก็กวาดต้อนคนชาวปราจีนบุรีกลับคืนมาฝั่งไทย ต่อมาไม่นานญวณได้ยึดเมืองละแวก ไทยจึงส่งกองทัพไปช่วยเพื่อตีเมืองคืนแต่ทำไม่สำเร็จ
ในปีพศ.๒๑๑๓ รัชสมัยพระมหาธรรมราชาหลังจากที่ไทยเสียกรุงให้แก่พม่าเพียงปีเดียว พระยาละแวกจากเขมรได้ถือโอกาสเข้ามาปล้นและตีเมืองนครนา-ยก(ทั้งที่เคยให้สัจจะว่าจะขอเป็นข้าพระบาทกษัตริย์ไทยชั่วกัลปาวสาน) พระมหาธรรมราชาจึงทรงรับสั่งให้ยกทัพไปปราบ ให้ทหารนำปืนจ่ารงค์ยิงไปถูกพระจำปาธิราชของเขมรตายคาที่บนคอช้าง ทัพของเขมรถอยกลับไปแต่ก็ย้อนกลับมาปล้นเมืองอีกหลายครั้ง นอกจากนี้พระยาละแวกยังนำทัพมากวาดต้อนผู้คนแถวจันทรบุรี ระยอง ฉะเชิง เทรากลับไปเขมรจำนวนมากด้วยความคดในข้องอในกระดูกพระยาละแวกได้ยก ทัพมาถึงปากน้ำพระประแดงโจมตีเมืองธนบุรีจับชาวเมืองธนบุรีและนนทบุรีเป็น เชลยจำนวนมาก เลยได้ใจรวบรวมคนหมายจะตีกรุงศรีอยุธยา แต่งทัพเรือ ๓๐ ลำเข้าปล้นบ้านนายก่าย แต่โชคไม่ดีถูกปืนใหญ่ของไทยยิงตายเป็นจำนวนมาก ฝ่ายเขมรแตกทัพหนีกลับไปทางพระประแดง ( หนีไม่หนีเปล่ายังกวาดต้อนผู้คนแถวสาครบุรีกลับไปอีกด้วย ..... เลวจริงๆ )
ในปีพศ.๒๑๒๙ พระยาละแวกเห็นว่าไทยกำลังสู้ศึกหงสาวดีอยู่ จึงฉวยโอกาสยกทัพเข้ามาตีเมืองปราจีน
สมเด็จพระนเรศวรทรงตรัสว่า “ พระยาละแวกตบัตสัตย์อีกแล้ว จึงต้องยกไปปราบให้ราบคราบ ” ผลการศึกกองทัพไทยไล่ตีเขมรไปจนสุดชายแดน ทหารเขมรล้มตายจำนวนมาก
ในปีพศ.๒๑๓๒ หลังจากสมเด็จพระนเรศวรครองราชย์ ทรงปรึกษาข้าราชการว่ากษัตริย์เขมรมีใจคิดไม่ซื่อเหมือนพระยาละแวก ชอบซ้ำเติมไทยในยามศึกกับพม่า
จึงทรงมีพระราชดำริที่จะยกทัพไปแก้แค้นเอาโลหิตมาล้างพระบาต ทรงจัดกองทัพให้ไปตีเมืองปัตบอง เมืองโพธิสัตว์ แล้วเข้าล้อมเมืองละแวกเอาไว้ ทรงล้อมเมืองนานถึง ๓ เดือนยังตีไม่ได้ เสบียงอาหารเริ่มลดน้อยลงจึงทรงรับสั่งให้ยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยาไปก่อน แล้วจะเตรียมการมาตีในภายหน้า
 
ประวัติศาสตร์ชาติไทยจะซ้ำรอยหรือไม่  มีไส้ศึกเปิดบ้าน(จะใครที่ไหน ตาทักกี้กับไอชวเลีย อ่ะเด๊ะ) แล้วปล่อยให้ขเมรมาเผากรุงซ้ำรอยอดีตหรือเปล่า อันนี้ต้องติดตามใกล้ชิด
 
ขอบอกอีกนิด.... "คนไทย ตื่นแล้ว"
 
 
11月5日

ลมหนาว

ห ล า ย ค รั้ ง . . . .

. . ที่ ส า ย ล ม ห น า ว ม า พ ร้ อ ม กั บ ค ว า ม เ ห ง า

ห ล า ย ค รั้ ง . . . .

. . ที่ ค ว า ม เ ห ง า ทำ ใ ห้ ห น า ว อ ย่ า ง ไ ม่ มี เ ห ตุ ผ ล

ค ว า ม ห น า ว เ กิ ด จ า ก ชี วิ ต ที่ ว่ า ง เ ป ล่ า


ไ ม่ ไ ด้ ต้ อ ง ก า ร เ พี ย ง แ ค่ ห ยิ บ เ สื้ อ กั น ห น า ว ม า ส ว ม ใ ส่

เ พ ร า ะ มั น ห น า ว จ า ก ส่ ว น ลึ ก ที่ สุ ด ข อ ง ชี วิ ต

มั น ห น า ว จ า ก ก า ร ม อ ง ไ ป ร อ บ ๆ ข้ า ง แ ล้ ว ไ ม่ มี อ ะ ไ ร

ไ ม่ เ ห็ น อ ะ ไ ร . . . .ไ ม่ เ ห็ น ใ ค ร

Thank fwd mail
10月19日

เช็คพ้อยวันจันทร์ สามมื้อรวด

เอาล่ะ เว้นวรรคมา 1 อาทิตย์แบบไม่คุม

น้ำหนัก 85 kg เพิ่มจากเดิม 1 kg

เอาล่ะ

เช้า
ข้าวผัดถ้วยเล็ก กุนเชียงชิ้นหย่ายๆ เกือบสิบ

กลางวัน
ข้าวจานโต กับข้าว 3 อย่าง

เย็น
ข้าว 3 ช้อน กับข้าว ขนม อิ่มมากไปนิด

เอาล่ะ เรามาเริ่มกันต่อ หลังจากที่ตั้งใจไม่คุมอาหารไป 1 อาทิตย์

ผลที่ได้ น้ำหนักขึ้น 1kg เดี๋ยวต้องเริ่มเมนูอดแบบมีสมองละ

แอลคาฯ ไม่ได้กิน
ถั่วขาว ไม่ได้กิน

ประมาณนี้

Jenk~PiggY~
10月9日

เช็คพ้อยรอบเย็น.. เบรคแตก

ฝนกรถติด ของคู่กัน แถมวันนี้เป็นวันศุกร์อีก เอาเข้าไป แล้วช๊านจะกลับบ้านได้ไงหล่ะเนี่ย...

นั่งมองผ่านกระจก.. มืด.. ดำ... ฝนโปรยปราย

มีเพียงแสงไฟลอดออกมา..  สีแดงจ้า.. มากมายก่ายกอง มันสื่อความหมายของการเบรค..  รถติดนั่นเอง

แล้ว.. กะรู.. จะไปยังไง.. ออกจากตึกยังทำไม่ได้..  นั่งหน้าคอมฯต่อไป มุ่งหมายก็เพียง.. รอเวลา


สองทุ่ม.. กว่า รถเริ่มซา  เริ่มกลับ ท้องเริ่มเสียด.. นี่แหละเนอะ อาการหิวข้าว

ขับรถออกจากที่ทำงาน เป้าหมายคือบ้าน แต่.. ไม่ไหวแล้ว แวะฟู๊ดแลนด์ก่อนละกัน

อ่า.. กินไรดี  ผัดขี้เมาละกัน

สั่งแบบไม่เสียเวลาคิดสักนิด แบบว่ากินประจำ.. มันอร่อยและเร็ว

กลิ่นหอยโชยมา  ดังเคย  เราก็สวาปามด้วยความเร็วสูง...  ลืมแล้วซึ่ง การกินช้า ค่อยๆ กิน จะได้อิ่มเร็ว และ... ไม่ต้องกินหมดก็ได้

มื้อนี้.. จบด้วยการซัดไปหมดทั้งจานนั่นแหละ  555

สงสัยเลียได้.. เลียไปแล้ว

อิ่ม.. สติเริ่มคืนกลับมา กลับบ้าน ถึงบ้านก็หาขนมกิน...

ทองม้วน 4 อัน กรุบกรอบอีกจำนวนหนึ่ง ช๊อกโกแลตก้อนนึง..

หุหุ เบรคมันแตกจริงๆ ครับพี่น้อง

นี่แหละหนา.. โยโย่เอฟเฟค...

หิว..หน้ามืดดดดดด วันหลังต้องหาอะไรติดรถประทังหิว เผื่อว่าสมองจะได้มีเลือดไปเลี้ยงตลอดเวลา ไม่ขาดสติแบบวันนี้

อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา    กินไปแล้ว 5555+


~J3NK~CraZY~

เช็คพ้อยรอบเช้า - บ่าย

รอบเช้า.. กินของค้างคืน
ไส้กรอก .. คราวนี้แหละชุดใหญ่ ต้องกินให้หมด... 10 กว่าลูก.. เอิ้ก
เนื้อทอด... 10 ชิ้นได้
ข้าว พอประมาณ
กาแฟ น้ำตาล 1 ช้อน

รอบบ่าย
ข้าวกลางๆ ราดแกง 3 อย่าง
ขนม ตะโก้ 2 ถ้วยกระจิ๋ว กะ ขนมถ้วย 1 ถ้วยพอ
โคล่า.. 2 แก้ว
กาแฟ น้ำตาล 1 ช้อน

ประมาณนี้ ยังอิ่มอยู่เลยอ่ะ...
Jenk~Z~A~
 
尚未添加列表。